
การจัดงานในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนแผนประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไต้หวันอย่างเข้มข้นตลอดปี 2026 โดยมุ่งนำเสนอไฮไลต์การท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ เทศกาลโคมไฟไต้หวัน (Taiwan Lantern Festival) การท่องเที่ยวยามค่ำคืน และการท่องเที่ยวหลากหลายธีม ตอกย้ำภาพลักษณ์ของไต้หวันในฐานะจุดหมายปลายทางที่สามารถท่องเที่ยวได้อย่างมีสีสันทั้งกลางวันและกลางคืน พร้อมนำเสนอโปรโมชันและสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวไทย
งาน B2B Taiwan Tourism Workshop นับเป็นเวทีสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยและไต้หวันได้พบปะ เจรจา แลกเปลี่ยนข้อมูล และต่อยอดความร่วมมือทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเชิญชวนผู้ประกอบการไทยร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์และแพ็กเกจท่องเที่ยวใหม่ ๆ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวไทยให้เดินทางไปสัมผัสเสน่ห์ของไต้หวันได้ตลอดทั้งปี
ในปี 2026 การท่องเที่ยวไต้หวันยังคงเดินหน้าสื่อสารแบรนด์ภายใต้สโลแกน “Taiwan – Waves of Wonder” ถ่ายทอดเสน่ห์ของไต้หวันผ่านการผสมผสานความงดงามของภูเขา ทะเล เมือง และบรรยากาศการท่องเที่ยวยามค่ำคืน สร้างประสบการณ์การเดินทางที่เต็มไปด้วยสีสันและความสุข ภายใต้แนวคิด “กลางวันก็สนุก กลางคืนก็มีเสน่ห์”
ภายในงาน ผู้ร่วมงานได้เพลิดเพลินกับการแสดงสุดพิเศษจาก Diabolo Walker กับโชว์ลูกดิ่งร่วมสมัย รวมถึงกิจกรรม DIY ที่เปิดโอกาสให้สัมผัสวัฒนธรรมไต้หวันอย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมรับประทานอาหารค่ำที่คัดสรรเมนูระดับมิชลินจากไต้หวันมาถ่ายทอดความอร่อยถึงประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีการจัดเจรจาธุรกิจกว่า 4,000 ครั้ง ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำความแข็งแกร่งของเครือข่ายอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย–ไต้หวัน และวางรากฐานความร่วมมือในระยะยาวเพื่อสนับสนุนการเติบโตของตลาดนักท่องเที่ยวในอนาคต
นางสาวซินดี้ เฉิน ผู้อำนวยการสำนักงานการท่องเที่ยวไต้หวัน ประจำกรุงเทพฯ กล่าวว่า “การจัดงาน B2B Taiwan Tourism Workshop ในครั้งนี้ มีผู้ประกอบการจากไต้หวันเข้าร่วมกว่า 23 ราย ครอบคลุมหน่วยงานภาครัฐ สมาคมด้านการท่องเที่ยว บริษัทนำเที่ยว โรงแรม และสายการบินหลักของไต้หวัน โดยมีผู้ประกอบการท่องเที่ยวไทยเข้าร่วมเจรจากว่า 150 ราย และเกิดการเจรจาทางธุรกิจกว่า 4,000 ครั้ง ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความร่วมมือระยะยาวระหว่างอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไต้หวันและประเทศไทย”
นอกจากนี้ นางสาวซินดี้ เฉิน ยังกล่าวถึงทิศทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวไต้หวันในตลาดประเทศไทยว่า “ในปี 2026 การท่องเที่ยวไต้หวันจะมุ่งเน้นการท่อFile Edit View Insert Format Tools Tableงเที่ยวเชิงประสบการณ์ ภายใต้ 4 ธีมหลัก ได้แก่ อาหาร วัฒนธรรม ไลฟ์สไตล์ และ LGBTQ+ เพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ และกระตุ้นให้เกิดการเดินทางซ้ำหรือการพำนักระยะยาว โดยไต้หวันมีจุดแข็งด้านร้านอาหารระดับมิชลินและบิบ กูร์มองด์ วัฒนธรรมศาสนาและเทศกาลที่ใกล้ชิดกับคนไทย การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและสุขภาพ รวมถึงการเป็นจุดหมายปลายทางที่เป็นมิตรต่อความหลากหลายทางเพศ”
ขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวไต้หวันยังคงพัฒนามาตรการอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโปรโมชั่นบัตรโดยสารรถไฟความเร็วสูง มาตรการจูงใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางซ้ำ โปรแกรมท่องเที่ยวระยะสั้นสำหรับผู้โดยสารทรานซิต รวมถึงการยกระดับ Smart Tourism ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลและเทคโนโลยี AI เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และมีคุณภาพ
ไต้หวันยังคงเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวชาวไทย ด้วยความสะดวกในการเดินทาง จำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น ราคาที่คุ้มค่า และมาตรการยกเว้นวีซ่าที่ขยายเวลาถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2026 โดยคาดว่างานในครั้งนี้จะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจด้านการท่องเที่ยวกว่า 70 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน นอกจากนี้ กรุงไทเปยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับที่ 15 ของโลก จาก Top 100 City Destinations Index 2025 โดย Euromonitor International และติดอันดับเมืองน่าเที่ยวในเอเชียจากนิตยสาร Travel + Leisure สะท้อนศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของไต้หวันบนเวทีการท่องเที่ยวระดับนานาชาติได้อย่างชัดเจน
ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการท่องเที่ยวไต้หวัน ได้ที่ www.taiwantourism.org/th






![WHIB 1st FANCON [AnD : New Chapter] In Bangkok WHIB 1st FANCON [AnD : New Chapter] In Bangkok](https://mileday365.com/wp-content/uploads/2025/12/IMG_20260104_224726_900_x_600_พิกเซล.jpg)









