
สำหรับ Deli คำตอบคือ “โอกาสในการสร้างตลาดตั้งแต่ต้น”
แบรนด์เครื่องเขียนและ Office Solutions ระดับโลก เดินหน้ากลยุทธ์ “Beyond Boundary” เลือก สปป.ลาว เป็นตลาดแรกในการต่อยอดธุรกิจจากประเทศไทยสู่ภูมิภาคอาเซียน ผ่านความร่วมมือกับ MEK Import-Export Sole Co., Ltd. ผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Deli ในลาว โดยมีเป้าหมายมากกว่าการนำสินค้าเข้าไปวางขาย แต่ต้องการสร้างตั้งแต่ Distribution, Brand Awareness ไปจนถึง Demand ของตลาด ผ่านช่องทาง GT, MT, B2B และ Education
จากแบรนด์เครื่องเขียนปี 1981 สู่เครือข่าย 145+ ประเทศ
หากชื่อ Deli ในตลาดอาเซียนยังถูกจดจำในฐานะ “แบรนด์เครื่องเขียน” วันนี้ภาพของบริษัทใหญ่กว่านั้นมาก
Deli ก่อตั้งขึ้นในประเทศจีนเมื่อปี 1981 ก่อนขยายจากธุรกิจเครื่องเขียนสู่ผลิตภัณฑ์สำหรับการทำงาน การเรียนรู้ และการใช้ชีวิต ปัจจุบันดำเนินธุรกิจในกว่า 145 ประเทศ มีพนักงานทั่วโลกมากกว่า 19,000 คน พร้อม 21 Smart Factories และเครือข่าย R&D และ Innovation Center ระดับโลก โดยมีวิศวกรและนักออกแบบด้าน R&D มากกว่า 3,000 คน
Product Portfolio วันนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่ปากกาและอุปกรณ์สำนักงาน แต่ครอบคลุม Office Supplies, Writing Instruments, School Supplies, Coloring & Creative, Tools, Furniture ไปจนถึงสินค้า Lifestyle รวมถึง Agnite แบรนด์อุปกรณ์กีฬาและไลฟ์สไตล์ และการขยับเข้าสู่ลาวครั้งนี้ คืออีกหนึ่งบททดสอบของ Deli ในการนำขนาดและความพร้อมระดับ Global มาเชื่อมเข้ากับ Local Market อย่างจริงจัง
ทำไมต้อง MEK? เพราะการเข้าตลาดใหม่ “มีสินค้า” อย่างเดียวไม่พอ
โจทย์ของแบรนด์ต่างประเทศในการเข้าสู่ตลาดใหม่ไม่ใช่แค่ จะขายอะไร แต่คือ จะเอาสินค้าไปถึงมือผู้บริโภคได้อย่างไร นี่คือเหตุผลที่ Deli เลือกเดินเกมผ่าน MEK ซึ่งมีเครือข่าย Active Stores มากกว่า 3,683 แห่ง ครอบคลุม 16 ของ สปป.ลาว และมีศูนย์กระจายการดำเนินงานใน 3 พื้นที่ยุทธศาสตร์ ได้แก่ นครหลวงเวียงจันทน์ หลวงพระบาง และปากเซ
Deli มี Factory + Brand + R&D + Product ขณะที่ MEK มี Network + Distribution + Local Know-how เมื่อสองฝั่งมาเจอกัน เป้าหมายจึงไม่ใช่เพียง “เพิ่มยอดส่งออก” แต่คือการลดเวลาที่ Deli ต้องใช้ในการสร้าง Distribution Network จากศูนย์ และใช้เครือข่ายเดิมของ MEK เป็นฐานในการขยายสินค้าไปยังร้านเครื่องเขียน ร้านค้าปลีก Modern Trade ลูกค้าองค์กร และสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ในทางกลับกัน MEK จะได้ต่อยอดเครือข่ายด้วย Product Portfolio ระดับ Global พร้อมองค์ความรู้ด้านสินค้า การตลาด การสร้างแบรนด์ และ Sales Development จาก Deli นี่คือโมเดล Global Capability × Local Infrastructure ที่ทั้งสองบริษัทต้องการใช้สร้างตลาดร่วมกันในระยะยาว
ลาว 8 ล้านคน อาจไม่ใช่ตลาดใหญ่ แต่ “Education” คือพื้นที่ที่น่าจับตา
หากมองเพียงจำนวนประชากร ลาวอาจไม่ใช่ Consumer Market ขนาดใหญ่เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่สำหรับธุรกิจ Stationery และ School Supplies ตัวเลขที่น่าสนใจอยู่ที่ “โครงสร้างการศึกษา” ข้อมูลล่าสุดระบุว่าเฉพาะ นครหลวงเวียงจันทน์มีสถานศึกษา 1,170 แห่ง และนักเรียนกว่า 215,833 คนในปีการศึกษา 2025–2026 เพิ่มขึ้น 2,737 คนจากปีก่อน ขณะที่ปีการศึกษาใหม่เริ่มต้นวันที่ 1 กันยายน 2569 จังหวะ Back to School จึงกลายเป็นหนึ่งใน Entry Point สำคัญของ Deli ในการสร้าง Brand Awareness กับผู้ใช้สินค้าจริงตั้งแต่ระดับนักเรียน ครู และสถานศึกษา
Deli จึงเลือกใช้ On-ground Experience เป็นหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญในการเข้าถึงผู้ใช้งานจริง สร้าง Brand Awareness และเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคได้สัมผัสแบรนด์และผลิตภัณฑ์โดยตรง21–23 สิงหาคม จาก “เปิดตัวแบรนด์” สู่การลงตลาดจริง ระหว่างวันที่ 21–23 สิงหาคม 2569 Deli และ MEK จัดงาน “Deli x MEK: Growing Together in Laos” เพื่อเปิดตัวแบรนด์ Deli อย่างเป็นทางการในลาว พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์กลุ่ม Stationery, Office Supplies, School Supplies และ Lifestyle ภายใต้ธีม “Back to School” และ “Work Smart, Play Fit” อีกหนึ่งไฮไลต์คือการเปิดตัว Agnite แบรนด์ Sports & Lifestyle ซึ่งช่วยขยายภาพของ Deli จาก Stationery Brand ไปสู่พอร์ตสินค้าที่เชื่อมโยงทั้ง Learn – Work – Play และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภครุ่นใหม่ แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าการจัด Launch Event คือ สิ่งที่เกิดขึ้นหลังงาน
เดือนกันยายนนี้ Deli และ MEK เตรียมเดินหน้า Back to School Activation ร่วมกับ พันธมิตรท้องถิ่นของ MEK นำกิจกรรมเข้าไปหานักเรียนโดยตรง ทั้งด้านการเรียนรู้ เทคโนโลยี กิจกรรมสร้างสรรค์ และอุปกรณ์การเรียน เพื่อเปลี่ยนจากการสร้าง Awareness ในระดับคู่ค้า ไปสู่การสร้าง Brand Experience กับ End User เฟสแรกกำหนดลงพื้นที่ 5 โรงเรียน ระหว่างวันที่ 14–18 กันยายน 2569 ต่อเนื่อง 5 วัน นี่จึงทำให้ภาพของ Deli × MEK เริ่มชัดขึ้นว่า Partnership ครั้งนี้ไม่ได้จบที่การเซ็น Distributor หรือการจัดงานเปิดตัว แต่กำลังเดินจาก Distribution → Brand Building → Consumer Experience และ Education จะเป็นหนึ่งในสนามแรกที่โมเดลนี้ถูกนำมาทดลองจริง เกมไม่ได้มีแค่ School Supplies แม้ Back to School จะเป็นหนึ่งในหัวหอกช่วงแรก แต่ตลาดที่ Deli และ MEK ต้องการเข้าไปมีขนาดกว้างกว่าโรงเรียน
แผนธุรกิจครอบคลุม 3 ช่องทางหลัก GT, MT และ B2B ตั้งแต่ร้านเครื่องเขียนและร้านค้าปลีก ไปจนถึงบริษัทเอกชน หน่วยงานภาครัฐ สถาบันการศึกษา และ SME ซึ่งเป็นตลาดของ Office Supplies และ Workplace Solutions โดยตรง ขณะที่ Product Portfolio ที่กว้างขึ้น ยังเปิดพื้นที่ให้ Deli สามารถ Cross-category จากลูกค้าที่รู้จักแบรนด์ผ่านเครื่องเขียน ไปสู่ Creative, Office และ Lifestyle Product ในอนาคต กล่าวง่าย ๆ คือ โจทย์ของ Deli ในลาวไม่ใช่แค่ “ขายปากกาได้กี่ด้าม” แต่คือ “จะเข้าไปอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้กี่จุด”
ลาวอาจเป็นตลาดแรก แต่เป้าหมายคือ ASEAN
ภายใต้กลยุทธ์ Beyond Boundary ลาวจึงมีความหมายมากกว่าตลาดส่งออกอีกหนึ่งประเทศ แต่เป็นหนึ่งในตลาดแรกที่ Deli Development (Thailand) ใช้ทดสอบโมเดลการเติบโตผ่าน Local Partnership หาก Deli สามารถเชื่อม Global Product Portfolio เข้ากับ Distribution Network ของ MEK และต่อยอดจากหน้าร้านไปสู่โรงเรียน องค์กร และผู้บริโภคได้สำเร็จ โมเดลนี้จะกลายเป็นหนึ่งในแนวทางสำหรับการขยายตลาดอื่นในภูมิภาคต่อไป
เป้าหมายปลายทางของ Deli จึงไม่ใช่เพียงการเป็นแบรนด์เครื่องเขียนที่ “มีขาย” ในอาเซียน แต่คือการขยับสู่การเป็น Leading Stationery, Office Supplies & Lifestyle Brand in ASEAN ที่สามารถเติบโตไปพร้อมกับ Ecosystem ของแต่ละตลาด













