“Happitat” เปิดแล้ว! World’s First Happiness Destination ปักหมุดแลนด์มาร์กความสุขแห่งใหม่ ชวนทุกคนเปิดประตูสู่อาณาจักรแห่งความสุขไปด้วยกัน 21 สิงหานี้

Happitat

กรุงเทพฯ – 19 สิงหาคม 2569 – Happitat (แฮปปี้แทท) โดย บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) (CP AXTRA) เตรียมเปิดประตูสู่อาณาจักรแห่งความสุขอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 นี้ บนทำเลศักยภาพ บางนา กม.7 ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 15,000 ล้านบาท พร้อมปักหมุดเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก ในฐานะ World’s First Happiness Destination ผ่านการนำเสนอ ‘จุดหมายแห่งความสุขเหนือจินตนาการ’ (The Magical Destination of Happiness) ที่หลอมรวมธรรมชาติ ผู้คนทุกเจเนอเรชัน และจินตนาการเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ การพักผ่อน การสร้างสรรค์ และการเฉลิมฉลอง ที่ผู้คนทุกเจเนอเรชันสามารถมาใช้เวลาและสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกัน

Happitat

คุณเบญจวรรณ อ่องศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจศูนย์การค้า กลุ่มงานศูนย์การค้าและอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ผู้บริโภคในวันนี้ไม่ได้มองหาเพียงสถานที่เพื่อการจับจ่าย แต่มองหาพื้นที่ที่สามารถใช้ชีวิต ใช้เวลา และตอบโจทย์ความต้องการได้หลากหลายมิติมากขึ้น CP AXTRA จึงเดินหน้ายกระดับธุรกิจศูนย์การค้าผ่านแนวคิด Happy & Healthy Mall สร้างต้นแบบค้าปลีกแห่งอนาคตที่เชื่อมโยงอาหาร สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ และชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อสร้างเหตุผลใหม่ให้ผู้บริโภคอยากกลับมาใช้เวลาในศูนย์การค้ามากขึ้น พร้อมออกแบบพื้นที่และประสบการณ์ให้ตอบโจทย์ Multi-generation Lifestyle ตั้งแต่เด็ก วัยทำงาน ไปจนถึงผู้สูงอายุ ที่มีความต้องการและรูปแบบการใช้ชีวิตแตกต่างกัน ให้สามารถมาใช้เวลา ทำกิจกรรม และสร้างช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันได้ในพื้นที่เดียว แนวคิดดังกล่าวยังถูกต่อยอดผ่านรูปแบบการพัฒนาที่หลากหลายให้สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละพื้นที่ โดย Happitat คือ Master Model หรือต้นแบบของ Destination Creation ที่มุ่งสร้างจุดหมายปลายทางที่มีเอกลักษณ์ โดดเด่นด้วยการออกแบบ ผสานฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมสร้างคุณค่าใหม่ให้กับพื้นที่และยกระดับประสบการณ์ของผู้คนให้ไปไกลกว่าการตอบโจทย์การใช้ชีวิตในแต่ละวัน

ในการพัฒนา Happitat เราเริ่มต้นจากคำถามที่ง่าย แต่แตกต่างว่า ‘เราจะสร้างพื้นที่ที่ทำให้ผู้คนมีความสุขได้อย่างไร’ จึงเกิดเป็นแนวคิด Happiness-Led Destination ที่นำ ‘ความสุข’ มาเป็นจุดตั้งต้นในทุกการออกแบบ หล่อหลอมทุกองค์ประกอบของโครงการที่ร้อยเรียงเข้าด้วยกัน เพื่อมอบประสบการณ์ที่จะเปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งความมหัศจรรย์ และเปิดโอกาสให้ผู้คนทุกเจเนอเรชันได้ค้นพบความสุขในแบบของตัวเอง พร้อมแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันในทุกการมาเยือน”

แนวคิด Happiness-Led Destination จึงถูกถ่ายทอดผ่านทุกองค์ประกอบของ Happitat ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่และบรรยากาศ ไปจนถึงการคัดสรรร้านค้าและประสบการณ์ที่ครอบคลุมหลากหลายมิติของการใช้ชีวิต ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ไลฟ์สไตล์ ของเล่น เทคโนโลยี สุขภาพและความงาม รวมถึงสถาบันเสริมทักษะสำหรับเด็กและพื้นที่การเรียนรู้สำหรับครอบครัว เพื่อให้ผู้คนในกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออกได้เข้าถึงประสบการณ์คุณภาพระดับเดียวกับใจกลางเมือง โดยเฉพาะด้านอาหารที่ Happitat สร้างความโดดเด่นด้วยการรวบรวมประสบการณ์อาหารระดับโลกไว้มากที่สุดใน Destination เดียว ตั้งแต่ร้านอาหารที่ได้รับการยอมรับจาก Michelin Guide ร้านโดยเชฟระดับโลกและเชฟชื่อดัง ไปจนถึงหลากหลายคอนเซ็ปต์อาหารที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ

เมื่อก้าวเข้าสู่อาณาจักรแห่งความสุขของ Happitat ผู้มาเยือนจะได้พบกับ 3 อาคารหลักที่มีคาแรกเตอร์และบรรยากาศแตกต่างกัน แต่เชื่อมโยงถึงกันอย่างกลมกลืน แต่ละอาคารรวบรวมพื้นที่ ร้านค้า และกิจกรรมอันมีเอกลักษณ์ พร้อมชวนให้ผู้มาเยือนได้ออกสำรวจและค้นพบประสบการณ์ใหม่ในทุกย่างก้าว

Happitat

อาคารบลูมมินัส (Bloominas) – ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์แห่งความสุขระดับพรีเมียม

รวบรวมหลากหลายมิติของการใช้ชีวิตไว้ภายในอาคารเดียว บนพื้นที่รวมกว่า 64,882 ตารางเมตร จำนวน 8 ชั้น พร้อมร้านค้า ร้านอาหาร และบริการ ครอบคลุมตั้งแต่การช้อปปิ้ง อาหาร เทคโนโลยี สุขภาพ ความงาม และบริการในชีวิตประจำวัน โดยมีไฮไลต์สำคัญ ได้แก่

Axtra Club ศูนย์รวมสินค้าคุณภาพและของคัดสรรสุดพิเศษจากทั่วทุกมุมโลก ให้ลูกค้าได้เปิดประสบการณ์ช้อปปิ้งเหนือระดับกับสินค้าที่คัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ตอบโจทย์ทุกวัยและทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยสินค้าคุณภาพในราคาคุ้มค่าสำหรับสมาชิก พร้อมไฮไลต์พิเศษกับร้านอาหารเอ็กซ์คลูซีฟที่รังสรรค์โดย Chef Willment Leong เชฟระดับโลก บนพื้นที่ชั้น 1 และ 2 ของอาคาร เตรียมเปิดให้บริการในไตรมาส 4 ปี 2569 นี้

Grand Stairs หนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของ Happitat กับบันไดขนาดใหญ่ที่เป็นทั้งพื้นที่สำหรับการพบปะ พักผ่อน และใช้เวลาร่วมกัน พร้อมเปิดให้สัมผัส Immersive Experience ผ่านคอนเทนต์ระดับโลกบนจอดิจิทัลภายในอาคารที่มีขนาดใหญ่และความละเอียดสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขนาด 385 ตารางเมตร ยาวกว่า 50 เมตร เปิดประเดิมด้วย The Butterfly Trail ผลงาน Mixed Reality (MR) จาก Pixel Artworks ที่จะเปิดตัวในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นครั้งแรก ตามด้วย Forest of Time ผลงาน Interactive Immersive ชวนเรียนรู้การอนุรักษ์ผืนป่า จาก BoraBora Studios

เติมสีสันให้ทุกช่วงเวลาของวันด้วยคาเฟ่และร้านอาหารหลากหลายสไตล์ที่ชั้น 3 อาทิ GOOD CHA, SOSTARE, STARBUCKS และยกระดับประสบการณ์ด้านอาหารกับร้านเชฟมิชลิน VUUR BY JACOB JAN BOERMA, SING LANG โดยเชฟหนุ่ม-ธนินทร จันทรวรรณ เชฟมิชลิน 1 ดาว 9 ปีซ้อน ซึ่งเป็นร้านใหม่ในเครือ Chim ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำหรับมื้อพิเศษและการพบปะสังสรรค์

รวบรวมเทคโนโลยีสุดล้ำและบริการที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวัน บริเวณชั้น 4 พบกับ BANANA IT, BKK ACCESSORIES, FOCUS, IT CITY, MJ MONOWHEEL, TG, TRUE BRANDING SHOP, TRUESPHERE, VIVO, XIAOMI

เติมเต็มการดูแลตัวเองตั้งแต่การฟื้นฟูร่างกายไปจนถึงความงามและเวลเนส พบกับ LAB PHARMACY และ SARANG HAIR บริเวณชั้น 3 FLEX REHABS, SETAI EXCLUSIVE, HANA STUDIO, THE LOFT CLINIC และ WHANNE (Nail Spa) บริเวณชั้น 6

Happitat

อาคารวันเดอร์ไวลด์ (Wonderwild) – โลกแห่งจินตนาการ การเรียนรู้ และความสุขของทุกคนในครอบครัว

ชวนทุกคนในครอบครัวออกสำรวจโลกที่การเรียนรู้ จินตนาการ ความสนุก และการใช้เวลาร่วมกันเกิดขึ้นได้ตลอดทั้งวัน บนพื้นที่กว่า 47,197 ตารางเมตร จำนวน 5 ชั้น โดยแต่ละพื้นที่ได้รับการออกแบบให้มีเรื่องราวและประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่โลกแฟนตาซีที่ชวนให้ค้นพบ ไปจนถึงพื้นที่เล่น เรียนรู้ และสร้างประสบการณ์ร่วมกัน ไฮไลต์สำคัญ ได้แก่

Whimsical Market แลนด์มาร์กแห่งจินตนาการ ที่เนรมิตพื้นที่ใจกลาง Happitat ให้กลายเป็นโลกแฟนตาซีอันมีชีวิต โดดเด่นด้วยต้นไม้มหัศจรรย์สูงเทียบเท่าอาคาร 3 ชั้น รายล้อมด้วยเหล่าคาแรกเตอร์ที่เคลื่อนไหวราวกับมีชีวิต พร้อมการแสดงแสง สี เสียงที่จัดแสดงเป็นรอบตลอดทั้งวัน โดยมีร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านขนมหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งของโลกแฟนตาซีแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น ADAM O ADAM, BAAN CAKE BY NUNAN, JAMOR X TOFU FIGHTING, CHARLEE & FRIENDS, DAIRY QUEEN, FORIS DELIGHT, GAGA, GREEK’S CUP, IREM TURKISH ICE CREAM, LUNAR PAO, MINIBEAR, MR.JOLLY YOGURT, OLINO CREPE & TEA, ORANGINAL, POP’S, SAB SO SEED, SAMSUMRUB, SMOOSH, SOL COFFEE, SOYA SOYA, TOKYO BOYZ X MARU WAFFLE, YOGURUTO, YOPPA, กะเพราโบราณ OCHA MAGIC WOK, หยาง หยาง, หยกสด, SOOD’S X ท่าเรือ ก๋วยเตี๋ยวเรือ, ก๋วยเตี๋ยวไก่กล้วยน้ำไท ที่บริเวณชั้น 2 และชั้น 2M กับแบรนด์ GLOWY, ICE QUEEN, JAPANG, LAMUNN, LITTLE BEE CREPE, อยากเกิดเป็นมะม่วงอะแมงโก้, เฮง ปัง ปั้ว ที่จะเปลี่ยนทุกมื้อและทุกช่วงเวลาที่ใช้ร่วมกันให้เต็มไปด้วยเรื่องราว ความสนุก และจินตนาการ

นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารชื่อดังอย่าง BON CHON, CHESTER’S, DOU, KFC, SWENSEN’S, STEAK & MORE, UORIKI, เกศเตี๋ยว, ซาลาเปาโกอ้วน บริเวณชั้น 3

พบร้านคอนเซ็ปต์ใหม่กับสุดยอดอาณาจักรของเล่นและเทคโนโลยีแห่งใหม่กับ PLAYNATION ที่รวบรวมของเล่น เทคโนโลยี AI ของสะสม Art Toy หายาก และสินค้าจาก IP Character ชื่อดังไว้ในที่เดียว

LOTUS’S EATERY บริเวณชั้น B1 ศูนย์รวมความอร่อยที่รังสรรค์ทุกมื้อให้พิเศษกว่าที่เคย เต็มอิ่มกับเมนูคาวหวาน กว่า 30 ร้านค้า 300 เมนู ภายใต้บรรยากาศ Natural Art รวบรวมร้านอาหารชื่อดังและร้านที่ได้รับสัญลักษณ์ บิบ กูร์มองด์ (Bib Gourmand) มาไว้ในพื้นที่เดียว เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้ลิ้มลองหลากหลายรสชาติและเมนูซิกเนเจอร์จากร้านยอดนิยม อาทิเช่น สุกี้เมาเวอริค, เพ้งโภชนา และบุญตงกี่

Happitat

Edutainment Zone จุดหมายปลายทางแห่งการเรียนรู้ที่ใหญ่ที่สุดในย่านบางนา บริเวณชั้น 5 พื้นที่การเรียนรู้ที่เชื่อมต่อระหว่างอาคาร Wonderwild และ Bloominas รวบรวม สถาบันการเรียนรู้และเสริมทักษะชั้นนำ ครอบคลุมทั้งวิชาการ ภาษา ดนตรี ศิลปะ การเต้น การเคลื่อนไหว และกิจกรรมสร้างสรรค์ อาทิ BOUNCETOPIA, BAGEL & SWING, CHL, CODE ACADEMY, CYMATH SCHOOL, DINO’S DRUM, GRAVITY BUNGEE, JUMPLAND, KAEW PILATES, LNC, MILK SALON AND NAILS, MIND ACADEMY, NEXT GEN SUCCESS SCHOOL, PARTY ART GALLERY, PHONICS FIRST, PLAYNATION, SMART PLUS, STRONG KIDDO, THE D.T, TOP ONE, YAMAHA MUSIC SCHOOL และสถาบันสอนหมากล้อมตัวกลม พร้อมเปิดประสบการณ์การเรียนรู้ที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะเด็ก ผ่าน Family Program ที่แต่ละสถาบันร่วมออกแบบขึ้นเป็นพิเศษสำหรับ Happitat ให้พ่อแม่ ลูก รวมถึงทุกคนในครอบครัวได้เรียนรู้ ลงมือทำ และสนุกไปด้วยกัน

Family Play Time พื้นที่แห่งการเล่นและการใช้เวลาร่วมกันของครอบครัวที่กระจายอยู่ทั่ว Wonderwild ตั้งแต่สนามเด็กเล่นแบบ Indoor ในตัวอาคาร ไปจนถึงลานกิจกรรมและอีเวนต์สำหรับครอบครัว บริเวณชั้น 5 เปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้สนุกและปลดปล่อยจินตนาการ พร้อมสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกันของทุกคนในครอบครัว

Amphitheatre พื้นที่กลางแจ้งอันร่มรื่นบริเวณด้านนอกอาคาร Wonderwild สำหรับการพักผ่อนและใช้เวลาร่วมกันของครอบครัว พร้อมรองรับการแสดง กิจกรรมสร้างสรรค์ และอีเวนต์หลากหลายรูปแบบ เติมสีสันและสร้างช่วงเวลาแห่งความสุขที่ผลัดเปลี่ยนตลอดทั้งปี

บริเวณด้านบนของอาคาร Wonderwild ยังเป็นที่ตั้งของ The Hilltop Offices อาคารสำนักงานพรีเมียมสูง 10 ชั้น บนพื้นที่กว่า 24,243 ตารางเมตร ที่นำแนวคิดเรื่องความสุขและคุณภาพชีวิตมาสู่การทำงาน ผ่านการออกแบบพื้นที่ให้เชื่อมโยงกับธรรมชาติและพื้นที่สีเขียว ตอบโจทย์การทำงานยุคใหม่ ภายใต้เป้าหมายมาตรฐาน LEED Gold และ WELL Gold

Happitat

อาคารเฟสตี้ ทาวน์ (Festie Town) จุดหมายแห่งความบันเทิงและการเฉลิมฉลอง

อาคาร Semi-Outdoor เปิดรับแสงธรรมชาติ ได้รับการออกแบบให้เป็นศูนย์กลางแห่งความสนุกและการเฉลิมฉลองของ Happitat รวบรวมความบันเทิง ร้านค้า และประสบการณ์หลากหลายรูปแบบ พร้อมอีเวนต์ การแสดง และโชว์ที่หมุนเวียนสร้างสีสันตลอดทั้งปี ให้ทุกครั้งที่มาเยือนเต็มไปด้วยบรรยากาศของเทศกาลแห่งความสุข โดยมีไฮไลต์ ได้แก่

ลูมิส เธียเตอร์ ฮอลล์ (Lumis Theater Hall) ฮอลล์อเนกประสงค์ความจุกว่า 400 ที่นั่ง พร้อมระบบแสง สี เสียง และเทคโนโลยี รองรับตั้งแต่การแสดง คอนเสิร์ต และโชว์ ไปจนถึงนิทรรศการ งานประชุม และอีเวนต์หลากหลายรูปแบบ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประสบการณ์ความบันเทิงใหม่ๆ ผลัดเปลี่ยนเข้ามาตลอดทั้งปี

Lotus’s PRIVÉ Happitat บริเวณชั้น 1 ซูเปอร์มาร์เก็ตไลฟ์สไตล์ภายใต้แนวคิด Happy & Healthy ที่เปลี่ยนการซื้อของให้เป็นไลฟ์สไตล์ของการกินดี อยู่ดี และค้นพบสิ่งใหม่ ผ่านวัตถุดิบ อาหาร และสินค้าที่เลือกสรรมาอย่างตั้งใจ ผ่านหลากหลายโซน ได้แก่ โซน Fresh & Culinary Hub ที่คัดสรร “ของดีจากไทย” มาผสานกับ “ของดีจากทุกมุมโลก” ตั้งแต่ผักผลไม้จากเกษตรกรไทยและแหล่งผลิตที่โดดเด่น เช่น มังคุด GI ออร์แกนิกจากแหล่งปลูกคุณภาพ ไปจนถึงวัตถุดิบปรุงอาหารคัดพิเศษจากทั่วโลก โซน The Kitchen ที่เสิร์ฟอาหารพร้อมทานนานาชาติ ตั้งแต่อาหารตะวันตก อาหารจีนระดับภัตตาคาร ไปจนถึงอาหารไทยตำรับดั้งเดิม ที่พัฒนาสูตรร่วมกับเชฟผู้เชี่ยวชาญ และเชฟจากรายการ Hidden Taste Thailand พร้อมมุมเบเกอรี่อบสดใหม่ทุกเช้า ทั้ง Sourdough, Cronigiri และเซอร์ไพรส์จากร้านเบเกอรี่ชื่อดังที่หมุนเวียนมา โซน The Juice Bar เสิร์ฟตั้งแต่ High Protein Smoothie ที่เลือกเบสได้ทั้งนมโคแท้ นมถั่วเหลือง และนมโอ๊ต ไปจนถึง Slushy จากน้ำผลไม้แท้และวัตถุดิบธรรมชาติ เช่น น้ำมะพร้าวออร์แกนิก น้ำมังคุดคัดพิเศษ และ Açaí Bowl ที่อร่อยและดีต่อสุขภาพ โซน The Wellness คัดสรรผลิตภัณฑ์ดูแลตัวเองแบบออร์แกนิกที่ผ่อนคลายด้วยเทียนและน้ำมันหอมระเหยกลิ่นธรรมชาติ เช่น กลิ่นชาออร์แกนิค โซน The Sweetery ที่รวบรวมช็อกโกแลต ขนม และของหวานจากแบรนด์น่าสนใจทั่วโลก รวมถึงช็อกโกแลตคราฟต์สัญชาติไทยจากโกโก้ที่ปลูกในเมืองไทย โซน The Market, The Garden และ The Diary ที่ดูแลมื้อเช้าด้วยนมและโยเกิร์ตจากแหล่งผลิตชั้นดี ผักสดและผลไม้ตามฤดูกาลจากเกษตรกรไทย ไปจนถึงหมู ไก่ และเนื้อคัดพิเศษ

Happitat

7-Eleven บริเวณชั้น 1 มาในคอนเซ็ปต์รูปแบบใหม่ของประเทศไทยที่เป็น 1st Character Themed Store มอบประสบการณ์การใช้บริการในชีวิตประจำวันได้

ร้านคอนเซ็ปต์พิเศษและ Flagship Store บริเวณชั้น 2 พบกับแบรนด์ชั้นนำที่มาพร้อมรูปแบบร้านและประสบการณ์ที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงร้านขายของขวัญและของที่ระลึกที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ และร้านเชฟมิชลิน อย่าง BULAN ของเชฟหนุ่ม-ธนินทร จันทรวรรณ เชฟมิชลิน 1 ดาว 9 ปีซ้อน

Pet Us จุดหมายสำหรับคนรักสัตว์เลี้ยงที่รวบรวมทั้งสินค้าและบริการดูแลสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร พร้อม Jerhigh Pet Park ขนาดกว่า 150 ตารางเมตร พื้นที่กลางแจ้งสำหรับสัตว์เลี้ยงได้วิ่งเล่น ออกกำลังกาย และใช้เวลาร่วมกับเจ้าของ เติมเต็มอีกหนึ่งมิติของการใช้เวลาร่วมกันที่ Happitat

แม้ Bloominas, Wonderwild และ Festie Town จะมีคาแรกเตอร์และประสบการณ์ที่แตกต่างกัน แต่ทั้ง 3 อาคารได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนหนึ่งของ Happitat ที่เชื่อมโยงถึงกันอย่างต่อเนื่อง โดย Bloominas และ Wonderwild เชื่อมต่อกันเสมือนเป็นอาคารเดียว ขณะที่ Festie Town เชื่อมสู่ Wonderwild ผ่าน Earthworm ทางเชื่อมดีไซน์โดดเด่นที่ทอดตัวเชื่อมระหว่างสองอาคาร และสร้างอีกหนึ่งมุมมองทางสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจระหว่างการเดินสำรวจโครงการ ทำให้ผู้มาเยือนสามารถเปลี่ยนผ่านจากพื้นที่และประสบการณ์หนึ่งสู่อีกประสบการณ์ได้อย่างไร้รอยต่อ

Happitat

ความเชื่อมโยงนี้ยังต่อเนื่องไปถึงการออกแบบพื้นที่ Indoor, Outdoor และ Semi-Outdoor ให้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์เดียวกัน เปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนเลือกใช้เวลาได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะพักผ่อนภายในอาคาร ออกมาสัมผัสธรรมชาติ หรือเปลี่ยนบรรยากาศระหว่างวัน โดยมีพื้นที่สีเขียวเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในทุกจังหวะ ตั้งแต่การออกแบบภูมิทัศน์ พื้นที่สีเขียวทั้งแนวราบและแนวดิ่ง ไปจนถึง Pocket Garden ในทุกชั้นของอาคาร ก่อนเชื่อมต่อออกสู่ ผืนป่าธรรมชาติกว่า 30 ไร่ด้านหลังโครงการ ซึ่งเปรียบเสมือน “Urban Lung” ของย่านบางนา เปิดพื้นที่ให้ผู้คนได้พักผ่อน ออกกำลังกาย ใช้เวลาร่วมกันท่ามกลางธรรมชาติ และร่วมกิจกรรมหลากหลายที่หมุนเวียนตลอดทั้งปี

“ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เราเห็นวิถีชีวิตของผู้คนเปลี่ยนแปลงไป ทั้งการให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว คุณภาพชีวิต และการมองหาความสุขมากขึ้น แต่หลายครั้งความสุขกลับกลายเป็นสิ่งที่เราต้องเฝ้ารอ ไม่ว่าจะเป็นวันหยุด การเฉลิมฉลอง หรือโอกาสพิเศษต่างๆ สำหรับ Happitat เราเชื่อว่าความสุขไม่ควรเป็นสิ่งที่ต้องรอ แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกวัน จากเรื่องใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ทำกิจกรรมที่ชอบ หรือใช้เวลาร่วมกับครอบครัวและคนที่เรารัก เราจึงอยากให้ทุกครั้งที่มา Happitat เป็นพื้นที่ที่ทุกคนสามารถค้นพบความสุขในแบบของตัวเอง และทำให้ทุกวันรู้สึกเหมือนเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองความสุข” คุณเบญจวรรณ กล่าวปิดท้าย

Happitat พร้อมเปิดประตูต้อนรับผู้มาเยือนอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 สิงหาคม 2569 พร้อมเปิดฉากการเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ด้วยมหกรรมความบันเทิงที่รวมศิลปินแถวหน้าจากทั้งไทยและต่างประเทศกว่า 100 ชีวิต พบกับการปรากฏตัวของซูเปอร์สตาร์ชื่อดังจากประเทศจีนสุดเซอร์ไพรส์ ขบวนพาเหรดสุดตระการตา และการแสดงโดรนครั้งยิ่งใหญ่ที่เตรียมสร้างสถิติใหม่ของประเทศไทย ร่วมสัมผัส World’s First Happiness Destination และเป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาแห่งความสุขครั้งสำคัญไปพร้อมกัน ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook Page: Happitat Thailand หรือเว็บไซต์ www.happitatthailand.com

Leave a Reply